เที่ยว ”อุทัยธานี - สุพรรณบุรี” มนต์เสน่ห์เมืองรอง ของคนตกหลุมรักธรรมชาติ ยุคดึกดำบรรพ์ & สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย
ในยุคแห่งการต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ทำงานหนัก เพื่อหารายได้แข่งกับสภาวะเงินเฟ้อ แถมพ่วงด้วยเศรษฐกิจอ่อนแอ ความเครียดสะสมจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้การได้ออกไป ”ชาร์จพลัง” ในที่ๆ เงียบสงบแต่แฝงไปด้วยพลังแห่งธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งกำลังโอบกอดเราด้วยความรักของทิวเขา ป่าไม้ อันแสนกว้างใหญ่ที่เข้ามาช่วย healing จิตใจของเรา จนกลายเป็นรางวัลที่ดีที่สุดเลย
Bizgoodness ขอขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท.สำหรับ“เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” (Thailand Hidden Gems Tourism Festival) ที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของทำ Content เพื่อมุ่งเน้นผลักดัน 55 จังหวัดเมืองรอง ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางหลัก destination สำหรับช่วยเยียวยารักษาจิตใจผู้คนในยุคที่สังคมเปราะบางมากขึ้น ด้วยการเชิญชวนทุกคนออกไปเที่ยวรองกัน ที่ไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าเมืองรองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม น่าหลงใหลมากจริงๆ แถมอาหารก็อร่อยด้วย
ที่สำคัญยังได้ออกไปช่วยชาวบ้านตามชุมชนต่างๆ ให้มีรายได้ผ่านการออกไปจับจ่ายใช้สอยของบรรดานักท่องเที่ยว และอินฟลู อีกด้วย เพราะ ” การให้เป็นสุขยิ่งกว่าการได้รับ”
Day1: ทะลุสัมผัสโลกดึกดำบรรพ์ & สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย อุทัยธานี
เริ่มต้นเช้าวันแรกกับการเดินทางเข้าสู่ จ. อุทัยธานี จุดหมายแรกคือ ”หุบป่าตาด” สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็น Hidden Gem ของไทย เมื่อก้าวเท้าผ่านโถงถ้ำมืดมิดที่ภายในเต็มไปด้วยหินงอก หินย้อย ออกไป เราจะพบกับผืนป่าตาดโบราณที่เขียวขจีราวกับหลุดเข้าไปในยุคจูราสสิค
ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ คือ การเดินลุยป่าดึกดำบรรพ์ตามหา ”กิ้งกือมังกรสีชมพู” หนึ่งเดียวในโลกสัตว์หายากที่พบได้เฉพาะที่นี่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เท่านั้น รวมถึงจุดถ่ายภาพบริเวณปากทางถ้ำ ที่แสงแห่งพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้ามาให้เหมือนกับการได้อาบแสง ไม่เพียงแต่การได้โอบป่า เท่านั้น
หลังจากนั้นก็ไปต่อด้วยการดื่มด่ำกับวิวหลักล้านที่ ”บ้านชายเขา” จุดเช็คอินที่ได้รับฉายาว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ด้วยภาพภูเขาหินปูนสูงตระหง่านสลับซับซ้อน โอบล้อมด้วยไร่สวนของชาวบ้าน เป็นจุดที่เหมาะสุดในการนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ แล้วปล่อยใจสนุกไปกับสายลม
ก่อนจะแวะไปถ่ายรูปเท่ห์ๆ กันต่อที่ ”ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์” ม่านน้ำตกขนาดกะทัดรัดที่สวยงามแปลกตา ราวกับชีวิตเราได้เข้าไปแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำอันแสนเย็นชุ่มฉ่ำใจ ก่อนที่จะจบทริปวันแรกไปด้วยสุดแสนประทับใจ...เพื่อเดินทางไปกันต่อที่จังหวัดสุพรรณบุรี
Day 2: ทดสอบความกล้า บนสกายวอล์คใหม่ที่ยาวสุด และวิถีชาวนาที่สุพรรณฯ
ตื่นนอนเช้านี้ที่ จ.สุพรรณบุรี ไฮไลท์สำคัญของวันนี้อยู่ที่ “สกายวอล์คเมืองโบราณอู่ทอง” (พุทธมณฑลจังหวัดสุพรรณบุรี) ที่จะมาร่วมเดินกระจกใสที่ยาวที่สุดในไทย! ชมวิวมุมสูงหน้าผาที่ใหญ่สุดในโลกแบบพาโนรามา เสร็จแล้วก็แวะไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาที่ “นาเฮียใช้” ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาไทย ที่นี่จะได้ลองทำกิจกรรม Workshop ตั้งแต่ทดลองดำนา ปลูกข้าว และชื่นชมแปลงนาสาธิตที่จัดแสดงพันธุ์ข้าวไทยหลากหลายชนิด เป็นการย้อนเวลาไปสัมผัสรากเหง้าของความเป็นไทยอย่างแท้จริง
จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ “วัดเขาดิน” วัดไทยสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเสาโทริอิและสวนสวยๆ ให้การถ่ายรูปเหมือนอยู่เกียวโต ก่อนปิดท้ายทริปที่ “ตลาดสามชุก 100 ปี” เพื่อพามาเลือกซื้อของฝาก ชิมลูกชิ้นยักษ์ในตำนาน ขนมสาลี่ พุทธาเชื่อม หมี่กรอบ และเครื่องจักรสาน อันลือชื่อสวยงาม
นับเป็นทริปท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งความอลังการของธรรมชาติ และความเรียบง่ายของวิถีชุมชน เข้าด้วยกันอย่างลงตัว สวยงาม และสนุกสนานจนไม่อยากกลับบ้านเลย...แล้วพบกันใหม่ในทริปต่อไปกับเทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” (Thailand Hidden Gems Tourism Festival) โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท.