กรมวิชาการเกษตร เปิดตัว “AI Chatbot” ชู 10 พืชเศรษฐกิจ ยกระดับเกษตรกรสู่ยุค Smart Farming

   เมื่อ : 12 ต.ค. 2569

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวนวัตกรรม“AI Chatbot กรมวิชาการเกษตร ปลดล็อกองค์ความรู้ พลิกอนาคตเกษตรไทย” เพื่อเดินหน้านำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการผลิตพืชสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการผลิตผลการเกษตร และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเปิดตัวส่วนต่อขยาย AI Chatbot ที่ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกสำคัญถึง 10 ชนิด ได้แก่ทุเรียนมะพร้าวน้ำหอมกาแฟมันสำปะหลังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถั่วเหลืองถั่วเหลืองฝักสดถั่วเขียวถั่วลิสง และพริก

นางสาวเชาวนาถ พฤทธิเทพ ผู้อํานวยการกองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจกสําหรับภาคเกษตร ได้รับมอบหมายจาก ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในภาคการเกษตร ซึ่งการนำ AI มาใช้ ควรมุ่งเน้นที่การนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้องค์ความรู้ทางวิชาการได้ส่งต่อไปถึงเกษตรกรอย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง


ซึ่งกรมวิชาการเกษตรมีองค์ความรู้และผลงานวิจัยที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต การจัดการดินและปุ๋ย การอารักขาพืช สิ่งสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ แต่คือการทำอย่างไรให้ องค์ความรู้ที่เรามี สามารถส่งถึงมือผู้ที่ต้องการใช้จริง และทันท่วงที


ระบบ AI Chatbot จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกองค์ความรู้ และผลงานวิจัยที่มีอยู่ ให้กลายเป็นบริการดิจิทัลที่สู่เกษตรกรและผู้ใช้งานได้ทันที ทำให้เข้าถึงข้อมูลเป็นเรื่องง่ายมีประสิทธิภาพ ถูกต้องและเชื่อถือได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักสู่เกษตรยุคดิจิทัลที่นำ องค์ความรู้ คน และเทคโนโลยี มาบูรณาการร่วมกัน

โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ที่มีอยู่มากมายบนสื่อดิจิทัลในปัจจุบัน โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยประมวลองค์ความรู้และงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร มาสื่อสารในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ภายใต้หลัก Universal Design เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่ม ทุกวัย สามารถเข้าถึงตลอด 24 ชั่วโมงช่วยลดข้อจำกัดในการสืบค้นข้อมูล เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่มือเกษตรกรโดยตรง ผ่านองค์ความรู้ของพืชถึง 10 ชนิด ดังนี้


1.ทุเรียน: ช่วยรับมือกับวิกฤตโรคพืช แมลงศัตรูพืช การจัดการทรัพยากรน้ำและปุ๋ยอย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และมุ่งสู่การทำสวนทุเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) เพื่อสร้างโอกาสในตลาดอนาคต


2.มะพร้าวน้ำหอม: วินิจฉัยและให้คำแนะนำการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชสำคัญ เช่น ด้วงแรด ด้วงงวง และหนอนหัวดำพร้อมส่งเสริมการจัดการแปลงแบบไร้สารพิษอย่างประณีต มุ่งสู่ Low Carbon Farm


3.กาแฟ: ที่ปรึกษาอัจฉริยะช่วยแก้ปัญหาโรคราสนิมใบ มอดเจาะผลกาแฟ และความซับซ้อนในการวิเคราะห์สภาพดิน-อากาศช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจแม่นยำ เพิ่มมูลค่าผลผลิต และยกระดับมาตรฐานกาแฟไทยสู่ตลาดโลก


4.มันสำปะหลัง: ช่วยวิเคราะห์โรคและศัตรูพืชสำคัญ ให้คำแนะนำด้านการจัดการแปลงและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิต เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร


5.ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์:ตัวช่วยวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงโรคราน้ำค้าง/ใบลาย และหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดพร้อมสนับสนุนนโยบาย”เกษตรไม่เผา”เปลี่ยนจากการเผาตอซังมาเป็นการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดฝุ่น PM 2.5

6.ถั่วเขียว (พืชหลังนา):ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านการปลูกถั่วเขียวใช้น้ำน้อยและการเลือกสายพันธุ์ทนแล้งช่วยแก้ปัญหาโรครากเน่าและแมลงวันเจาะต้น พร้อมขับเคลื่อนเกษตรคาร์บอนต่ำและฟื้นฟูดินหลังทำนา


7.ถั่วลิสง:ช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมแปรปรวน โรคโคนเน่าขาว ใบจุดสีน้ำตาลช่วยบริหารจัดการน้ำและดิน ลดต้นทุน และวิเคราะห์โอกาสทางตลาดรวมถึงแนวทางคาร์บอนเครดิต


8.ถั่วเหลือง:ตอบคำถามและให้คำแนะนำครอบคลุมตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การกำจัดศัตรูพืชในช่วงเวลาวิกฤต เช่น โรคราน้ำค้าง โรคราสนิม หนอนเจาะลำต้นช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มคุณภาพผลผลิต


9.ถั่วเหลืองฝักสด (Superfood):วิเคราะห์ปัญหาในแปลงปลูก เช่น หนอนแมลงวันเจาะลำต้น และอาการใบหงิกงอจากการใช้สารเคมีผิดวิธีช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มผลผลิตคุณภาพดี ตอบโจทย์พืชทางเลือกสร้างรายได้สูงหลังนา


10.พริกหลังนา:แนะนำเทคนิคการเปลี่ยนนาว่างให้เป็นฤดูสร้างรายได้ระหว่างเดือนตุลาคม–กุมภาพันธ์ให้แนวทางการดูแลตามระยะการเจริญเติบโต ลดต้นทุน และเชื่อมโยงกับการสะสมคาร์บอนเครดิตอย่างยั่งยืน


กรมวิชาการเกษตร มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า AI Chatbot จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลสำคัญที่ช่วย“ปลดล็อกองค์ความรู้”ให้เกษตรกรไทยก้าวทันโลกด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้ช่วยลดความสูญเสีย เพิ่มรายได้ และขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน