กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

   เมื่อ : 26 มิ.ย. 2569

ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลชนะเลิศ การนำเสนอผลงานวิชาการด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) และผลงานวิชาการด้านพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) และปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “From Lab to Life: Sciences for Healthy Longevity จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง วิทยาศาสตร์เพื่อการ มีสุขภาพยืนยาว”


ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิชาการ เผยแพร่และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ

โดยมี นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ บุคลากรภาครัฐภาคเอกชน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง การจัดงานครั้งนี้ได้จัดให้มีการประกวดและคัดเลือกผลงานวิชาการดีเด่นในหลากหลายประเภท ทั้งการนำเสนอแบบบรรยายและโปสเตอร์


รวมถึงการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผลงานที่มีความโดดเด่นด้านคุณภาพทางวิชาการ นวัตกรรม และการนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนรางวัลสำหรับหน่วยงานและบุคลากรที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างต่อเนื่อง


ปีนี้มีการนำเสนอผลงานวิชาการจำนวนทั้งสิ้น 455 ผลงาน ประกอบด้วย ผลงานวิชาการด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวน 267 ผลงาน และผลงานวิชการด้านพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) จำนวน 188 ผลงาน โดยมีผลงานที่รับรางวัล จำนวนทั้งสิ้น 36 ผลงาน แบ่งเป็น ผลงาน R&D จำนวน 24 ผลงาน ผลงาน R2R จำนวน 12 ผลงาน

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การประชุมวิชาการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงศักยภาพด้านงานวิจัยและนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง ที่มุ่งนำวิทยาศาสตร์การแพทย์มาสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน


พร้อมขอบคุณวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากในและต่างประเทศ หน่วยงานเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ ให้ผู้ร่วมประชุมได้บูรณาการองค์ความรู้นำไปพัฒนาท้องถิ่น ต่อยอดสู่นานาชาติ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืน