Rado Captain Cook High-Tech Ceramic Chronograph ก้าวข้ามผ่านเรือนเวลาสีน้ำเงินทรงพลังรุ่นใหม่จาก Rado

   เมื่อ : 12 พ.ค. 2569

ลุยทุกการผจญภัยและทุกช่วงเวลาสำคัญในชีวิต Rado เปิดตัว Captain Cook High-Tech Ceramic Chronograph เรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถ่ายทอดการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสมรรถนะอันแข็งแกร่ง กลิ่นอายเรโทร วัสดุสมัยใหม่ และสไตล์ร่วมสมัย ผ่านเฉดสีน้ำเงินเข้มอันทรงพลังและน่าหลงใหล


ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสมรรถนะอันแข็งแกร่ง กลิ่นอายของดีไซน์เรโทร วัสดุสมัยใหม่ และสไตล์ร่วมสมัย เรือนเวลารุ่นนี้จึงเปรียบเสมือนทายาทแห่งคอลเลกชัน Captain Cook ที่สืบทอดมรดกการผลิตนาฬิกาของ Rado มาอย่างยาวนาน


นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1962 โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มชวนหลงใหล จับคู่กับขอบตัวเรือนเซรามิกในเฉดสีเดียวกัน และถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของรุ่นโครโนกราฟในโทนสีน้ำเงินนี้

ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด


เรือนเวลารุ่นใหม่นี้ได้เข้ามาเสริมทัพให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Captain Cook High-Tech Ceramic Chronograph ที่ก่อนหน้านี้มีอยู่แล้ว 2 รุ่น ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2025 ได้แก่ รุ่นสีดำพร้อมดีเทลโรสโกลด์ และรุ่นสีเขียวเข้มที่จับคู่หน้าปัดและขอบตัวเรือนเข้ากับตัวเรือนและสายนาฬิกาพลาสมาไฮเทคเซรามิกได้อย่างโฉบเฉี่ยว


พร้อมตกแต่งรายละเอียดด้วยสเตนเลสสตีล

สำหรับรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เฉดสีน้ำเงินเข้มอันแสนเย้ายวนถือเป็นการนำเสนอมิติใหม่อย่างแท้จริง เสน่ห์อันโดดเด่นอยู่ที่ความลุ่มลึกของเฉดสี ซึ่งเปรียบดั่งผืนน้ำทะเลลึกที่มีเพียงนักดำน้ำผู้กล้าเท่านั้นจะได้สัมผัส หรือท้องฟ้ายามรุ่งอรุณที่เปี่ยมด้วยคำมั่นสัญญาแห่งการผจญภัยครั้งใหม่

เฉดสีน้ำเงินทรงพลังนี้ราวกับเชื่อมโยงโลกที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม เมื่อสะท้อนผ่านหน้าปัด ขอบตัวเรือนไฮเทคเซรามิก แบบขัดเงา รวมถึงตัวเรือนและสายพลาสมาไฮเทคเซรามิกที่ตัดกับดีเทลสีโรสโกลด์อย่างประณีต ยิ่งช่วยขับเน้นความหรูหราและงานฝีมืออันโดดเด่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ


จึงไม่แปลกที่นาฬิกาเรือนนี้จะสามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ลุคสปอร์ตอย่างเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงความหรูหราและสไตล์ร่วมสมัยที่โดดเด่นแตกต่างกันไปตามบริบทและช่วงเวลาของการสวมใส่

เรื่องราวแห่งความเที่ยงตรง


ภายใต้รูปลักษณ์อันโดดเด่น คือฟังก์ชันโครโนกราฟที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อกิจกรรมที่ต้องการความแม่นยำขั้นสูง เข็มชั่วโมงและนาทีทรงหนาพร้อมสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว ช่วยมอบความชัดเจนในการอ่านค่าเวลา ขณะที่ปลายเข็มโครโนกราฟแต้มสีแดง ช่วยเติมกลิ่นอายเรโทรอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชันได้อย่างลงตัว


กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงเหลี่ยมเคลือบป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ช่วยเพิ่มความคมชัดในการมองเห็น พร้อมปุ่มกดโครโนกราฟขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่มั่นคงและง่ายดาย


Captain Cook Chronograph รุ่นไฮเทคเซรามิก ขับเคลื่อนด้วย Rado คาลิเบอร์ R801 ระบบออโตเมติก พร้อมทับทิม 37 เม็ด พลังงานสำรองสูงสุด 59 ชั่วโมง และแฮร์สปริง Nivachron™ ที่ช่วยป้องกันสนามแม่เหล็ก พร้อมผ่านการทดสอบมาตรฐาน 5 ตำแหน่ง เพื่อความเที่ยงตรงในทุกครั้งที่สวมใส่


สไตล์สุดแกร่ง พร้อมลุยทุกสถานการณ์

นาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับมือกับทุกแรงกระแทกอย่างแท้จริง วัสดุไฮเทคเซรามิกไม่เพียงแข็งแกร่งเหนือกว่าเหล็กกล้าและทนต่อรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ความเป็นพลาสมายังไม่ได้เป็นเพียงการเคลือบผิวภายนอก หากหลอมรวมอยู่ในเนื้อวัสดุทั้งชิ้น ผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิสูงถึง 1,450°C จนเกิดเป็นเฉดสีเทาเมทัลลิกที่เปล่งประกายเหลือบมุกอย่างมีมิติ ทั้งงดงามในภาพถ่ายและโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อได้เห็นด้วยตา

อีกทั้งยังมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับ 30 บาร์ หรือ 300 เมตร เพื่อตอบโจทย์ทุกการผจญภัย ขณะเดียวกัน ไฮเทคเซรามิกยังมอบสัมผัสที่เบาสบาย สามารถปรับอุณหภูมิให้เข้ากับผิวของผู้สวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว จนให้ความรู้สึกราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Rado ได้รับการยอมรับในฐานะ “Master of Materials” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุตัวจริง


สำหรับตัวสายนาฬิกา ได้รับการออกแบบให้สวมใส่ได้อย่างลื่นไหลไปตามข้อมือ ผ่านการผสมผสานระหว่างข้อสายพลาสมาไฮเทคเซรามิกเนื้อด้านเข้ากับข้อสายตรงกลางแบบขัดเงาอย่างลงตัว


Captain Cook Chronograph รุ่นไฮเทคเซรามิก จึงเป็นเรือนเวลาที่พร้อมปรับตัวได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสำหรับการผจญภัยกลางแจ้งและไลฟ์สไตล์คนเมือง เปรียบเสมือน “กิ้งก่า” แห่งโลกนาฬิกาที่สามารถเปลี่ยนลุคให้เข้ากับทุกบริบทได้อย่างไร้รอยต่อ

ข้อมูลเกี่ยวกับไฮเทคเซรามิก


ไฮเทคเซรามิกสะท้อนถึงประสบการณ์และสถานะของ Rado ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุตัวจริง โดยไม่เพียงโดดเด่นด้วยความทนทานและคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนอย่างเหนือชั้นเท่านั้น แต่ยังมีน้ำหนักเบา มอบสัมผัสที่นุ่มนวล และสามารถปรับอุณหภูมิให้สอดคล้องกับร่างกายของผู้สวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว จนให้ความรู้สึกราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนอย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนผ่านคำว่า “Feel it!”


Rado เริ่มนำไฮเทคเซรามิกมาใช้ครั้งแรกในปี 1986 หลังผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้น ภายใต้มาตรฐานการผลิต อันพิถีพิถัน ตั้งแต่การใช้ผงแร่เซอร์โคเนียมออกไซด์ความบริสุทธิ์สูง การฉีดขึ้นรูปด้วยแรงดันสูง ไปจนถึงกระบวนการเผาผนึกที่อุณหภูมิสูงถึง 1,450°C เพื่อสร้างวัสดุที่มีความหนาแน่นและแข็งแกร่งเหนือกว่าเซรามิกทั่วไปอย่างมาก


ผลลัพธ์ที่ได้คือวัสดุที่มีค่าความแข็งวิกเกอร์สสูงถึงระดับ 1,250 ซึ่งสามารถนำไปตกแต่งพื้นผิวขั้นสุดท้ายด้วยเครื่องมือเพชร เพื่อประกอบขึ้นเป็นเรือนเวลาของ Rado ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ขณะเดียวกัน พลาสมาไฮเทคเซรามิกอันเป็นนวัตกรรมเฉพาะของ Rado ยังสามารถผสานคุณสมบัติอันโดดเด่นของไฮเทคเซรามิกเข้ากับความเงางามแบบโลหะได้อย่างน่าทึ่ง โดยปราศจากการใช้โลหะจริง พร้อมเปิดโอกาสให้สามารถสร้างสรรค์พื้นผิวได้หลากหลาย ทั้งแบบขัดเงา ปัดผิวด้วยแปรง หรือผิวด้าน สะท้อนถึงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวัสดุที่ Rado สั่งสมมาอย่างยาวนาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

Line Official Account: @RadoThailand

Customer Service: 02-146-8402

https://www.rado.com/th_th/coming-soon.html?from=vanity


หมายเลขอ้างอิง R32195202


กลไกการทำงาน Rado คาลิเบอร์ R801 ระบบออโตเมติกโครโนกราฟ พร้อมทับทิม 37 เม็ด และเข็มนาฬิกา 5 เข็ม แสดงวันที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา สำรองพลังงานได้นานสูงสุด 59 ชั่วโมง, แฮร์สปริง Nivachron™ มีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็ก และผ่านการทดสอบเกินเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ 3 ถึง 5 ตำแหน่ง เพื่อความเที่ยงตรงที่เหนือกว่า


ตัวเรือน ผลิตจากพลาสมาไฮเทคเซรามิกเนื้อด้าน โครงสร้างแบบหล่อชิ้นเดียว (Monobloc)

ขอบตัวเรือนหมุนได้ทำจากสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ ตกแต่งด้วยขอบหน้าปัดไฮเทคเซรามิกสีน้ำเงินแบบขัดเงา พร้อมตัวเลข หลักบอกเวลา และสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมแกะสลักบรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว

ตัวเรือนด้านหลังผลิตจากไทเทเนียมปัดผิวลวดลายวงกลม


พร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ เม็ดมะยมแบบสกรูและปุ่มกดผลิตจากสเตนเลสสตีลชุบ PVD สีโรสโกลด์แบบขัดเงา พร้อมโลโก้สมอเรือยกนูนแกะสลักด้วยเลเซอร์ กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงเหลี่ยมเคลือบป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน

กันน้ำได้ถึง 30 บาร์ (300 เมตร)



หน้าปัดสีน้ำเงิน ขีดหลักชั่วโมงสีโรสโกลด์แบบขัดเงา บรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว สัญลักษณ์รูปสมอเคลื่อนไหวชุบ PVD สีโรสโกลด์บนแผ่นหลังสีแดงทับทิมสังเคราะห์

โลโก้ Rado, Captain Cook และ 300m/1000ft พิมพ์ด้วยสีขาว


เข็มนาฬิกา เข็มชั่วโมงและนาทีสีโรสโกลด์แบบขัดเงา พร้อมสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีขาว หน้าปัดจับเวลาวินาทีขนาดเล็กสีโรสโกลด์แบบขัดเงา เข็มโครโนกราฟจับเวลา (วินาที ชั่วโมง และนาที) สีโรสโกลด์ พร้อมปลายเข็มแต้มสีแดง


สายนาฬิกา พลาสมาไฮเทคเซรามิกเนื้อด้าน

ข้อต่อตรงกลางทำจากพลาสมาไฮเทคเซรามิกแบบขัดเงา ชุดตัวล็อกไทเทเนียมแบบ 3 ทบ

ขนาด 43.0 x 49.8 x 16.2 มิลลิเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) https://press.rado.com/