“ยาบ้า กัญชา กระท่อม” ตัวการเยาวชนไทยติดวังวนยาเสพติด คดีที่เกิดจากการเสพพุ่ง 77.44%

   เมื่อ : 08 เม.ย. 2569

มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีถ่ายทอดบทเรียนภาคประชาชนสร้างชุมชนสุขภาวะและพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อถ่ายทอดบทเรียนชีวิตจากการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และจากการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่ตัวอย่าง สร้างพื้นปลอดภัยจากปัญหายาเสพติดโดยเครือข่ายภาคประชาชน


นายพิทยา จินาวัฒน์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตและสารเสพติดในประเทศไทย ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วมด้วยสูงถึง 381,656 คน คิดเป็น 39.35% ของผู้ป่วยยาเสพติดในระบบบำบัดทั้งหมด 969,901 คน และมีผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้สารเสพติดร่วมด้วย 533,399 คน แม้ภาพรวมของคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดระหว่างปี 2565-2566 จะลดลง


แต่จากรายงานสถานการณ์เด่นทางสุขภาพ ประจำไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ สสส. จัดทำร่วมกับ บริษัท ร็อกเกต มีเดีย แล็บ จำกัด (Rocket Media Lab) พบว่าปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า กัญชา กระท่อม ยังเป็นวังวนของเยาวชน


มีคดีที่เกิดจากการเสพยาเสพติดพุ่งสูงถึง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีครอบครองหรืออื่นๆ ในปี 2567-2568 ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล และทรัพยากรสาธารณสุขอาจไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วยจากยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น


สสส.จึงให้ความสำคัญในการประสานพลังร่วมกับภาคีภาคประชาชน และองค์กรภาคประชาสังคมชวนมาช่วยกันขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยใช้ฐานองค์ความรู้ที่เกิดจากงานวิชาการ พร้อมทั้งใช้แนวปฏิบัติการเชิงพื้นที่โดยเน้นกระบวนการ ”สร้างภูมิคุ้มกัน” และใช้ ”ชุมชนเป็นฐาน” ถือเป็นการทำงานด้วยแรงกายและความมุ่งมั่นตั้งใจ นำไปสู่การสร้างชุมชนที่มีความสุข ประชาชนมีสุขภาวะที่ดี

นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น ผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด กล่าวว่า สังคมไทยมีความท้าทายใหม่จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติด เช่น กรณีเด็กเยาวชนใช้ยาในอายุที่น้อยลง เยาวชนที่อยู่ในวงจรยาเสพติดนิยมใช้สารเสพติดแบบผสมคือ ใช้มากกว่าหนึ่งชนิด โดยเฉพาะกลุ่มยาเสพติดสังเคราะห์ (synthetic drugs) และการนำยาแผนปัจจุบัน เช่น กลุ่มยาแก้ปวด กลุ่มยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ หรือยาคลายเครียด


ที่มีขายในโลกออนไลน์มาใช้ในทางที่ผิด ใช้เพื่อการสันทนาการ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ มีผลกระทบต่อระบบประสาทกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชได้ จากการขับเคลื่อนงานสร้างพื้นที่ปลอดภัย ร่วมกับ สสส. พบว่าปัญหายาเสพติดไม่อาจแก้ได้ด้วยการปราบปราม หรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเท่านั้น ปัญหายาเสพติดเชื่อมโยงกับปัญหาเชิงโครงสร้าง และค่านิยมทางสังคมอย่างซับซ้อน


ทางออกในระยะยาว ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันด้วยการเสริมสร้างให้สังคมได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วมต่อการป้องกันปัญหา โดยเสริมพลังและสนับสนุนให้เกิดกลไกการป้องกันในระดับพื้นที่ชุมชน ให้ผู้นำชุมชนและประชาชนตื่นตัว พร้อมลุกขึ้นมาการป้องกันปัญหาอย่างจริงจัง


ร่วมเฝ้าระวังปกป้องไม่ให้เกิดผู้เสพรายใหม่ และดูแลให้กำลังใจต่อกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบในชุมชน การใช้ชุมชนเป็นฐาน ผู้นำชุมชนตื่นตัวเอาจริงต่อการป้องกันปัญหาก็จะทำให้ชุมชนปลอดภัย และสามารถลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดได้